กลับไปหน้ารวมสินค้า

เมล็ดเจีย

หมวดหมู่ สินค้าทั้งหมด จากร้าน กฤตพร สมุนไพร Wishlist0

 

ดีกว่ามั้ย? ...ถ้าควบคุมน้ำหนัก..

โดยไม่พึ่งยา แถมผิวสวย สุขภาพดีด้วย

มาดูกันว่า เมล็ดเจีย ลดความอ้วนได้อย่างไร?

เมล็ดเจีย มีไฟเบอร์สูงทั้งแบบละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ เมื่อนำเมล็ดเจียแช่น้ำสักพัก เมล็ดเจียจะแปรสภาพเป็นวุ้น ซึ่งเกิดจากความสามารถในการอุ้มน้ำของเจ้าไฟเบอร์นั้นเอง เมื่อเราทานเข้าไป มันก็จะแปรสภาพแบบเดียวกันนี้ในท้องของเราด้วย ไฟเบอร์จะขยายตัว และถูกย่อยอย่างช้าๆ ทำให้อิ่มนาน ไม่หิวเร็ว เมล็ดเจียมีแคลอรี่ต่ำ ทำให้อิ่มโดยไม่อ้วน ไม่เพลีย ไม่ทรุดโทรม เนื่องจากเมล็ดเจียมีพลังงานและสารอาหารสูง 

นอกจากเป็นตัวช่วยในเรื่องน้ำหนักแล้ว เมล็ดเจียเม็ดเล็กๆ นี้ยังมีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าที่เราคิดซะอีก มาดูกันว่าถ้าเรากินเมล็ดเจียเป็นประจำทุกวันแล้ว สุขภาพเราจะดีขึ้นในด้านไหนบ้าง

  • ป้องกันโรคหัวใจ
  • ห่างไกลโรคเบาหวาน
  • ลดความดัน
  • ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น
  • พุงไม่ป่อง
  • ท้องไม่ผูก
  • บำรุงสมองและความจำ
  • ห่างไกลโรคกระดูกพรุน

 

9 คุณประโยชน์ของเมล็ดเจีย

  • โอเมก้า 3 มากกว่า ปลาแซลมอน 8 เท่า ซึ่งเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ บำรุงสมองและจอประสาทตา ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด ลดไขมันในเลือดชนิดไตรกลีเซอร์ไรด์ และลดควาามรุนแรงของโรคปวดข้อรูมาตอยด์ ช่วยบำรุงผิวหนัง เส้นผมและเล็บ ที่สำคัญช่วยลดอาการอักเสบบวมแดง รวมทั้งกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตได้อีกด้วย
  • แคลเซียม มากกว่า นม 6 เท่า ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง ลดการเสื่อมของกระดูกในผู้สูงอายุ รวมถึงช่วยเพิ่มการผลัดเซลล์ผิว และความชุ่มชื้นอีกด้วย ส่วนใครแพ้นมก็หันมาทานเมล็ดเจียแทนได้
  • โพแทสเซียม มากกว่า กล้ว 2 เท่า ช่วยลดอาการบวม
  • ธาตุเหล็ก มากกว่า ผักโขม 3 เท่า
  • ไฟเบอร์ มากกว่า รำ 2 เท่า กากใยอาหาร ช่วยระบบขับถ่าย แก้ท้องผูก เมล็ดเจียจะมีกากใยอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า มูซิลเลจ (Mucilage) สูงมาก กากใยชนิดนี้ทำหน้าที่เป็นตัวชะลอกระบวนการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล ซึ่งดีมากกับผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • แมกนีเซียม มากกว่า บล๊อคโคลี่ 15 เท่า ช่วยรักษาระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลให้ต่ำอยู่เสมอ และถ้าระดับแมกนีเซียมในร่างกายต่ำก็จะเป็นสาเหตุของอาการปวดศีรษะและเหนื่อยล้าง่าย นอกจากนี้เมล็ดเจีียยังอุดมไปด้วยทริปโตเฟนซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ช่วยให้ร่างกายผลิตสารเซโรโทนินและช่วยต่อสู้กับความเครียด พิชิตความเครียดนั้นเอง
  • ซิลิเนียม มากกว่า เมล็ดแฟลก 4 เท่า
  • โปรตีน มากกว่า ถั่วต่างๆ 6 เท่า ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โดยสารอาหารจะผ่านเข้าไปตามระบบไหลเวียนโลหิต แล้วไปสู่อวัยวะต่างๆ ซึ่งเหมาะกับทุกเพศทุกวัย
  • สารแอนตี้ออกซิแดนท์ มากกว่า บลูเบอร์รี่ 4 เท่า สามารถป้องกันการสร้างความเสียหายโมเลกุลในเซลล์ ซึ่งนำไปสู่ริ้วรอยเหี่ยวย่น รวมถึงโรคมะเร็ง


ความแตกต่างระหว่าง เมล็ดเจีย และ เมล็ดแมงลัก

เมล็ดเจีย มีทั้งเมล็ดสีดำและสีขาว และมีลวดลายสีดำตัดเป็นเส้นๆ ส่วนเมล็ดแมงลักมีสีเดียวคือสีดำ และไม่มีลวดลาย อีกทั้งมีขนาดใหญ่กว่าเมล็ดเจีย ที่สำคัญนั้น เมล็ดเจีย มีสารอาหารมากกว่า เมล็ดแมงลัก เมื่อนำเมล็ดเจียแช่น้ำ จะมีลักษณะวุ้นใสๆ ส่วนเมล็ดแมงลักนั้น วุ้นจะมีลักษณะขาวขุ่น

 

วิธีเลือกซื้อเมล็ดเจีย

ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่ามีเมล็ดเจียให้ลูกค้าได้เลือกซื้ออย่างหลากหลายในประเทศไทย ดูๆก็เหมือนๆกันไปหมดไม่รู้จะเลือกซื้อยังไงดี วันนี้เรามีวิธีเลือกดูเมล็ดเจียแบบง่ายๆมาฝากกัน

1. สี 

เมล็ดเจียมี 2 สีคือ สีดำ และ สีขาว เวลาที่เราซื้อเมล็ดเจียดำอาจมีสีขาวปนมาบ้าง หรือว่าเวลาซื้อสีขาวก็จะมีสีดำปนมา มีเมล็ดอ่อนปนมาเป็นเรื่องปกติทั่วไป
แต่สิ่งหนึ่งที่อยากให้สังเกตเลยคือ โทนสีของเมล็ดเจีย ถ้าเป็นเมล็ดเจียดำ เมล็ดควรมีสำดำเข้ม ไม่ใช่ออกโทนน้ำตาลเข้มเพราะสีน้ำตาลเป็นเมล็ดที่ยังอ่อนไม่ควรกิน ดูง่ายๆตามภาพประกอบ

ถุงที่ 1 และถุงที่ 2 ถ้ามองด้วยตาเปล่าเผินๆสีจะคล้ายกันมาก ต้องลองสังเกตุให้ชัดถึงจะเห็นความแตกต่างขอเมล็ด แต่ต้องระวังอีกอย่างคือเมล็ดที่ดำเข้มล้วนๆเลย อาจจะเป็นแมงลักหลอกขายก็ได้

2. การปลูก 

เมล็ดเจียในตลาดจะมีทั้งเมล็ดที่ปลูกแบบปกติกับปลูกแบบออร์แกนิคปลอดสารพิษ โดยราคาของทั้งสองชนิดจะต่างกันอยู่ประมาณ 75% เราควรเลือกร้านที่จำหน่ายแบบออร์แกนิคโดยมีใบรับรองจาก USDA หรือใบรับรองอื่นๆที่เป็นตัวรับประกันว่าสินค้านี้ปลูกแบบออร์แกนิคอย่าง 100% ซึ่งจะดีต่อสุขภาพของเรามากกว่า

3. สิ่งแปลกปลอม 
เมล็ดเจียเป็นธัญพืชจากธรรมชาติ จึงไม่แปลกหากพบก้านผสมมาบ้าง แต่ต้องพบในปริมาณที่น้อยมากๆ ถ้าหากมองไปมุมซ้ายของถุงก็เจอ มุมขวาก็เจอ ตรงกลางก็เจอ อย่างนี้ถือว่าไม่ใช่เกรดที่ดีเพราะสิ่งแปลกปลอมเยอะเกินไป ในทางเทคนิคเราเรียกว่าความบริสุทธิ์ของเมล็ด ซึ่งเมล็ดเจียที่ดีควรมีความบริสุทธิ์ตั้งแต่ 99.95 ขึ้นไป และเมล็ดที่ดียิ่งขึ้นไปอีกจะมีความบริสุทธิ์ระดับ 99.98%

เพียง 3 ข้อง่ายๆ ก็ช่วยให้เราเลือกซื้อเมล็ดเจียที่ดีมาทาน รับประโยชน์ง่ายๆ กันได้แล้ว

 

วิธีรับประทาน

มี 2 แบบ

แบบเมล็ดแห้ง : โรยบนอาหาร เช่น สลัด โจ๊ก คลุกกับข้าว หรือ เป็นส่วนผสมในขนมเบเกอร์รี่ เช่น ขนมปัง คุ๊กกี้ เป็นต้น (ทานแบบแห้งควรทานน้ำเพิ่มจากปกติ)

แบบแช่น้ำ : โรยหน้าโยเกิร์ต ผสมในเครื่องดื่ม น้ำเปล่า น้ำผลไม้ ชา กาแฟ เป็นต้น

ขนาดรับประทาน :  2 ช้อน ต่อ วัน

 

ข้อยกเว้นน่ารู้...สำหรับเมล็ดเจีย 

  • ไม่เหมาะ สำหรับ ผู้ที่มีปัญหาในระบบ กระเพาะอาหาร และ ลำไส้ เช่น มีแก๊สในกระเพาะอาหาร แสบร้อนกลางอก รวมถึง กรดไหลย้อน เพราะ เส้นใยไฟเบอร์ที่ขยายตัวในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 25 จะกระตุ้นตับอ่อนให้เร่งสร้างน้ำย่อยออกมานั้นเอง
  • ไม่เหมาะ สำหรับผู้ที่เป็นโรค แพ้โปรตีนในธัญพืช (กลูเตน)
  • ไม่เหมาะ กับผู้ที่ทำศัลยกรรม หรือ ประวัติ แพ้ยาแออสไพริน เพราะ จะยิ่งทำให้หลอดเลือดบางลง ภาวะเลือดแข็งตัวช้า
  • ไม่เหมาะ กับผู้หญิงที่กำลัง ตั้งครรภ์
  • ไม่ควร รับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • ไม่เหมาะ กับผู้ที่เป็นโรค ความดันโลหิตต่ำ เพราะอาจทำให้ช็อกหรือหมดสติไปได้

Review

 

สาระน่ารู้เกี่ยวกับเมล็ดเจีย

http://www.krittaphorn.com/th/blog/category/492/chia-seed-krittaphorn

เมนู-เมล็ดเจีย

http://www.krittaphorn.com/th/blog/category/510/menu-chia-seed

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊กปุ่มข้างล่างเลย

เพิ่มเพื่อน

 ได้แต้ม
100 กรัม -

ความคิดเห็นของลูกค้า (1 คน)

1
0
0
26 มิถุนายน 2559 05:48

รายละเอียดสินค้า

เมล็ดเจีย

฿ 120